นโยบายการเก็บข้อมูลของผู้ใช้ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาให้เว็บไซต์รองรับการใช้งานของท่านได้ดียิ่งขึ้น ทางเราจะมีการเก็บข้อมูลการใช้งานบนเว็บไซต์ โดยการเข้าชมเว็บไซต์นี้ ถือว่าท่านตกลงยอมรับในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ อ่านรายละเอียด

Ferrari สรุปยอดขายปี 2021 เพิ่มขึ้นถึง 22.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

หลังจากที่หลายค่ายเริ่มแจ้งผลประกอบการของปี 2021 ไปก่อนหน้านี้แล้ว ตลอดเดือนมกราคม ถึงคราวของ Ferrari ที่เกาะกระแสการเติบโตของตลาดรถ Supercar ในปีที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน โดย Ferrari กวาดยอดขายไปได้มากถึง 11,155 คัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 22.3% เมื่อเทียบกับปี 2020 สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ ยอดขายของปี 2021 ยังมากกว่าปี 2019 ถึง 10.1% เป็นอีกหนึ่งค่ายที่สวนกระแสผลกระทบต่างๆ ทั้งจาก COVID-19 และ การขาดแคลนของ semiconductor ทั่วโลก

 

(F8 TRIBUTO)

Ferrari แจ้งข้อมูลว่า รถที่วางเครื่องยนต์ V8 ขายได้มากขึ้นถึง 34.6% ในขณะที่รุ่นที่มีขุมพลัง V12 ขายได้น้อยลงกว่า 16.1% ซึ่งสาเหตุก็เพราะ Ferrari ได้ลดกำลังการผลิตรุ่น 812 Superfast ซึ่งกำลังจะหมดอายุการตลาดภายในปี 2022 นี้ ยอดขายส่วนใหญ่มาจากตระกูล F8 ร่วมกับรุ่น Roma และ SF90 Stradale ในขณะที่รุ่นพิเศษอย่าง Monza SP1 และ SP2 ส่งมอบได้มากกว่าปีก่อน และกำลังอยู่ในแผนการยุติการผลิตในอนาคต

 

(ROMA)

เมื่อแยกยอดขายตามแต่ละภูมิภาคแล้ว ทุกที่ต่างมียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% โดยกลุ่มที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ จีน ฮ่องกง และ ไต้หวัน ที่กวาดยอดขายไปได้เกือบเท่าตัว หรือ 97% ตามมากด้วย กลุ่ม Rest of APAC ได้แก่ ญี่ปุ่น ประเทศออสเตรเลีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศอินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ไทย อินเดีย และ มาเลเซีย ที่ 27% ทวีปอเมริกา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา แม็กซิโก คาบสมุทรแคริบเบี่ยน และ อเมริกาใต้ ที่ 22% และรั้งท้ายด้วยกลุ่ม EMEA หรือ ทวีปยุโรป สหราชอาณาจักร และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ที่ 14%

  

(SF90 STRADALE)

เมื่อย้อนดูความสำเร็จของปี 2021 ของ Ferrari ผ่านรถรุ่นพิเศษจำนวนจำกัดอย่าง 812 Competizione และ 812 Competizione A ซึ่งทั้งคู่มีพื้นฐานมาจากรุ่น 812 Superfast โดยมีความแตกต่างกันที่หลังคา รุ่น 812 Competizione จะเป็นทรงคูเป้หลังคาแข็งปกติ ในขณะที่ รุ่น 812 Competizione A จะเป็นหลังคาแข็งแบบแยกส่วนเปิดได้แบบ targa ทั้งคู่ถูกสร้างมาเพื่อแสดงออกถึงสมรรถนะสูงสุดระดับรถแข่ง เพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นหนึ่งในคอลเล็คชั่นที่มีจำนวนจำกัดของแฟนๆ ในขณะที่ รุ่น 296 GTB เป็นการแนะนำขุมพลัง V6 hybrid เป็นครั้งแรกของค่าย โดยยังยึดแนวคิด fun to drive เป็นหลัก เพื่อสร้างประสบการที่เหนือชั้น ผ่านทางสมรรถนะที่เค้นได้จนถึงขีดสุด หรือ เพียงแค่การใช้งานในชีวิตประจำวัน

ที่มา: Corperate.Ferrari

Credit: www.HeadLightMag.com