นโยบายการเก็บข้อมูลของผู้ใช้ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาให้เว็บไซต์รองรับการใช้งานของท่านได้ดียิ่งขึ้น ทางเราจะมีการเก็บข้อมูลการใช้งานบนเว็บไซต์ โดยการเข้าชมเว็บไซต์นี้ ถือว่าท่านตกลงยอมรับในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ อ่านรายละเอียด

BMW X5 M50d และX7 M50d Final Editions รุ่นพิเศษส่งท้ายขุมพลังดีเซล Quad-Turbo มีเฉพาะในยุโรปตะวันออก

ค่ายใบพัดฟ้าขาวเตรียมโบกมืออำลาขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล Quad-Turbo ขนาด 3.0 ลิตร ในเดือนกันยายน 2020 โดยเครื่องยนต์ Quad-Turbo ถูกเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2017 โดยถูกติดตั้งอยู่ในตระกูล Series 5Series 7X5X6 และ X7 ถึงแม้มันจะให้พละกำลังที่มากถึง 394 แรงม้า พร้อมแรงบิด 706 นิวตัน-เมตร แต่กลับไม่ได้รับความนิยมมากมายเท่าไหร่นัก อีกทั้งขุมพลังดังกล่าวนี้ยัง มีการผลิตที่ซับซ้อน รวมถึงใช้ต้นทุนสูงในการผลิตอีกด้วย จึงเป็นเหตุทำให้ทาง BMW เตรียมปลดประจำการขุมพลัง Quad-Turbo ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้

 

 

          โดยก่อนที่ขุมพลังดีเซลตัวแรงจะหายหน้าหายตาไปนั้นทาง BMW ได้สั่งลาขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล Quad-Turbo ด้วยรุ่นพิเศษลงบนตัว BMW X5 M50d และ BMW X7 M50d โดยตั้งชื่อทั้ง 2 โมเดลนี้ว่ารุ่น Final Editions โดยในรุ่นพิเศษทั้ง 2 ตัวนี้ จะวางจำหน่ายเฉพาะในแถบยุโรปตะวันออกนี้เท่านั้น ถ้าอยู่นอกเหนือจากประเทศกลุ่มนี้ จะไม่มีสิทธื์ที่จะได้ครอบครอง และเป็นเจ้าของรุ่นพิเศษนี้

 

 

          BMW X5 M50d และ BMW X7 M50d Final Editions รุ่นพิเศษอำลาขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล Quad-Turbo นี้จะถูกเพิ่มเติม และตกแต่งความพิเศษเฉพาะตัวให้แตกต่างจากรุ่นมาตราฐานทั่วไป อาทิเช่นชุดไฟหน้าเลเซอร์, เสริมด้วยระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ, ติดตั้งระบบ HUD (Head-Up Display) ที่เป็นอุปกรณ์นำข้อมูลจากเรือนไมล์ โดยเฉพาะความเร็วของรถขึ้นแสดงบนกระจกบังลมหน้า เพิ่มความปลอดภัยไม่ต้องละสายตามองเลขไมล์, จัดเต็มด้วยระบบเครื่องเสียงคุณภาพจาก Harman Kardon, เติมเต็มความหรูหราเหนือระดับภายในห้องโดรสารด้วยการตกแต่ง ด้วยคริสตัล Crafted Clarity Glass Application นอกจากนั้ยังติดป้ายชื่อรุ่น Final Editions ในส่วนต่างๆไม่ว่าจะเป้นกาบประตูเพื่อบ่งบอกว่าเป็นรุ่นพิเศษ

 

 

          ด้านพละพลังของ BMW X5 M50d และ BMW X7 M50d Final Editions รุ่นพิเศษ ที่เป็นการทิ้งทวนก็ต้องมากับขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล Quad-Turbo 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร ที่ให้กำลังแรงม้าลงพื้น 394 แรงม้า มาพร้อมกับแรงบิดสูงสุด 760 นิวตัน-เมตร โดยในรุ่นื  X5 M50d จะมาพร้อมกับอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.ในเวลา 5.2 วินาที เร่งความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กม./ชม. 

          ส่วนในรุ่นใหญ่ BMW X7 M50d ที่แบกน้ำหนักตัวมากกว่าจะช้าลงจากรุ่น X5 M50d เพียง 0.2 วินาที โดย 0-100 กม./ชม. นั้นอยู่ทำได้ ถึ 5.4 วินาที ส่วนท๊อปสปีดนั้นเท่ากันที่ 250 กม. / ชม.

         ส่วนค่าปล่อยมลพิษนั้นทาง BMW เผยว่า X5 M50d นั้นจะมีการปล่อยค่าคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่  218 กรัม/กม. ส่วนอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 12.04 กม./ลิตร ส่วนในรุ่นใหญ่ X7 M50d จะมีการปล่อยค่าคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 235 กรัม/กม. ด้านอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 11.1 กม./ลิตร 

 

 

          BMW X5 M50d และ X7 M50d Final Editions รุ่นพิเศษส่งท้ายอำลาในขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล Quad-Turbo จะมีวางจำหน่ายเฉพาะประเทศในแถบยุโรปตะวันออกเท่านั้น ส่วนราคายังไม่ทีการเปิดเผยตัวเลขออกมา โดยจะเริ่มลงโชว์รูมในช่วงฤดูร้อนที่จะถึงนี้

 

Cr.carscoops.com

Credit: www.BoxzaRacing.com