หลังเปิดตัวเป็นครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2014 Nissan Skyline ตัวถังปัจจุบัน ซึ่งถือเป็น generation ที่ 13 ได้ส่งรุ่น Minorchange ตามมา พร้อมปรับปรุงภายนอกและภายในใหม่ เสริมด้วยรุ่นย่อย 400R พกพากำลังมา 405 แรงม้า ทั้งยังมีระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ Pro Pilot 2.0 มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานด้วย

ตัวถังนี้ได้กลับไปใช้ตราสัญลักษณ์ Nissan อีกครั้ง หลังใช้ตรา Infiniti ในตอนเปิดตัวครั้งแรก ส่วนงานออกแบบเปลี่ยน กระจังหน้าแบบ V-Motion, กันชนหน้า, และไฟตัดหมอกใหม่ ไฟท้ายเป็นแบบ LED ทรงกลม 4 ดวง ตามเอกลักษณ์ของ Skyline เสริมด้วยท่อไอเสียแบบสปอร์ต ปลายกลมเดี่ยวออก 2 ฝั่ง

   

สีตัวถังมีให้เลือก 10 สี โดยมีสีใหม่เป็นสีแดงสด Carmine Red เพิ่มเข้ามา ด้านตัวแรงอย่าง 400R เปลี่ยนไปใช้ล้อเฉพาะรุ่นขนาด 19 นิ้ว เสริมด้วยกระจกมองข้างสีดำ และคาลิปเปอร์เบรกสีแดง พร้อมบ่งบอกความแรงด้วย โลโก้ชื่อรุ่นย่อยบนฝากระโปรงท้ายฝั่งขวา

ห้องโดยสารของ Nissan Skyline Minorchange มีทั้งแบบสีดำ – เบจ และ สีดำล้วน แตกต่างกันในแต่ละรุ่นย่อย ส่วนลูกเล่นที่เพิ่มเข้ามาคือหน้าจอ Head-up Display แบบสี และหน้าจอแสดงผลการทำงานระบบ Pro Pilot 2.0 ขนาด 7 นิ้ว เสริมด้วยเบรกมือไฟฟ้าในรุ่นขุมพลัง Hybrid พิเศษรุ่น 400R ตัดเย็บเบาะลายข้าวหลามตัด พร้อมเดินด้ายสีแดง

    

ขุมพลังของ Nissan Skyline Minorchange เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีเครื่องยนต์เบนซินให้เลือก 3 แบบ ดังนี้

  • V6 Hybrid รหัส VQ35HR

แบบ V6 ขนาด 3.5 ลิตร 3,498 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 95.5 x 81.4 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.6 : 1 กำลังสูงสุด 306 แรงม้า (PS) ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 68 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อนล้อหลัง หรือ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

  • V6 เทอร์โบ รหัส VQ30DDTT

แบบ V6 ขนาด 3.0 ลิตร 2,997 ซีซี. เทอร์โบคู่ กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 86.0 x 86.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.3 : 1 กำลังสูงสุด 304 แรงม้า (PS) ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 5,200 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อนล้อหลัง

  • V6 เทอร์โบ รหัส VQ30DDTT (เฉพาะรุ่น 400R)

แบบ V6 ขนาด 3.0 ลิตร 2,997 ซีซี. เทอร์โบคู่ กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 86.0 x 86.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.3 : 1 กำลังสูงสุด 405 แรงม้า (PS) ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 475 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 5,200 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อนล้อหลัง

  

ระบบความปลอดภัยที่เพิ่มเข้ามาใน Nissan Skyline Minorchange คือระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ Pro Pilot 2.0 ทำงานร่วมกับกล้องมองภาพ 4 จุด, เซนเซอร์เรดาร์ 5 จุด และ โซนาร์อีก 12 จุด พร้อมช่วยเหลือผู้ขับขี่ด้วยความสามารถต่อไปนี้

  • ผู้ขับขี่ปล่อยมือจากพวงมาลัยได้ เมื่อขับขี่บนทางตรง
  • ระบบเปลี่ยนเลนถนนได้เอง แต่ต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ขับขี่ก่อน ซึ่งระบบจะแสดงข้อความบนหน้าจอ เมื่อพบว่าถึงทางแยก หรือ มีรถยนต์ที่วิ่งช้ากว่าข้างหน้า
  • ระบบนำรถยนต์เข้าข้างทางโดยอัตโนมัติ พร้อมขอความช่วยเหลือจากผู้ให้บริการ เมื่อพบว่าผู้ขับขี่ไม่ตอบสนอง
  

การขับขี่ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน ด้วยการติดตั้งช่วงล่างแบบ Intelligent Dynamic Suspension และพวงมาลัยแบบ Direct Adaptive Steering ปรับค่าแข็งอ่อนโดยอัตโนมัติ แปรผันตามปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพถนนทางตรงหรือทางโค้ง, ความเร็วในแต่ละล้อ และการกดคันเร่งของผู้ขับขี่

Nissan Skyline Minorchange เปิดตัวแล้วที่ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 16 กรกฎาคม และพร้อมทำตลาดที่นั่นในเดือนกันยายนนี้ สนนราคาจำหน่ายซึ่งยังไม่รวมภาษีนำเข้าของประเทศไทย แบ่งตามประเภทเครื่องยนต์ได้ ดังนี้

  • V6 3.5 Hybrid ราคา 5,474,520 – 6,327,720 เยน (ราว 1,567,000 – 1,811,000 บาท)
  • V6 3.0 เทอร์โบ ราคา 4,818,960 – 5,474,520 เยน (ราว 1,379,000 – 1,567,000 บาท)
  • V6 3.0 เทอร์โบ 400R ราคา 5,523,120 เยน (ราว 1,580,000 บาท)
   

ที่มา: Nissancar.watch.impress