Mercedes-Benz V-Class Facelift : ดีเซล 4 สูบ 2.0 เทอร์โบ 190 – 239 แรงม้า

หลังจากที่ Mercedes-Benz V-Class รุ่นโฉมปัจจุบัน เริ่มออกทำตลาดกันมาตั้งแต่ปี 2014 ก็ถึงคราวที่จะต้องปล่อยอัปเดตเพิ่มความสดใหม่ของตัวรถกันแล้ว ซึ่งความนิยมของ V-Class รุ่นโฉมดังกล่าว ได้สะท้อนออกมาเป็นยอดขายที่นับว่าเป็นประวัติการณ์ของรถยนต์ประเภท MPV ระดับพรีเมี่ยมของ Mercedes-Benz ด้วยตัวเลขร่วม 210,000 คัน เลยทีเดียว

 

อย่างไรก็ตาม V-Class Facelift จะมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไฮไลท์สำคัญในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น การอัปเดตรายละเอียดภายนอกใหม่, ติดตั้งเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเพิ่ม และการอัปเกรดขุมพลัง-ระบบส่งกำลังใหม่

  

สำหรับรายละเอียดภายนอก ถูกปรับงานดีไซน์ใหม่ โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ลักษณะของกันชนหน้าที่มีช่องดักลมขนาดใหญ่ พร้อมขลิบทริมสีโครเมี่ยมให้ดูมีมิติเพิ่มมากขึ้น ในส่วนของกระจังหน้ามาพร้อมกับแบบ Diamond, เพิ่มสีตัวถังใหม่ 4 สี ได้แก่ สีขาว While Graphite Grey Metallic / สีเทา Selenite Grey Metallic / สีแดง Hyacinth Red Metallic / สีน้ำเงิน Steel Blue

และล้ออัลลอยน้ำหนักเบา 4 ลวดลายใหม่ คือ 10-Spoke ขนาด 19 นิ้ว / 5-Spoke ขนาด 18 นิ้ว สีเทา Tremolite Grey และ สีดำ / 5-Spoke ขนาด 17 นิ้ว พร้อมทั้งการเสริมรุ่นตกแต่งพิเศษ AMG เข้ามาใหม่ เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับเหล่าขาซิ่งอีกด้วย

  

ขยับเข้ามากันที่ภายใน จะเน้นความเปลี่ยนแปลงหลักๆที่ในส่วนของทริมการตกแต่ง รวมไปถึงการปรับมาใช้ช่องแอร์ใหม่ ดีไซน์แบบ Turbine ซึ่งสามารถพบเอกลักษณ์ดังกล่าวนี้ได้ใน Mercedes-Benz รุ่นใหม่ๆ ตลอดจนสีของวัสดุหนัง ก็ได้นำเฉดใหม่เข้ามาใช้ โดยมีชื่อเรียกว่า Tartufo พร้อมกันนี้ ห้องโดยสารด้านหลัง สามารถเปลี่ยนเลย์เอ้าท์เลย์ของตัวเบาะได้อย่างหลากหลาย ทั้งแบบ 4 ที่นั่ง หันหน้าเข้าหากันสไตล์ Lounge หรือ 6 ที่นั่งหันเรียงไปด้านหน้า

ขณะเดียวกัน ยังมีฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวก อาทิ ระบบเบาะนวด และ ปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศที่ตอนหลัง รวมไปถึงเรื่องราวของระบบความบันเทิง จะใช้การทำงานของระบบ MBUX ซึ่งแสดงผลส่งตรงมาบนหน้าจอ Infotainment

ในส่วนของขุมพลังเครื่องยนต์ มาพร้อมกับบล็อกใหม่ และชุดเกียร์ลูกใหม่ ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ ด้วยกันคือ

V 220d

เครื่องยนต์ดีเซล รหัส OM 654 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร 1,951 ซีซี. เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) ขับเคลื่อนล้อหลัง หรือ 4 ล้อ 4MATIC ปล่อย CO2 : 165-154 g/km และ 180-171 g/km (4MATIC)

อัตราเร่ง 0-100 km/h : 9.5 วินาที และ 10.2 วินาที (4MATIC) ความเร็วสูงสุด : 205 km/h และ 199 km/h (4MATIC)

V 300d

เครื่องยนต์ดีเซล รหัส OM 654 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร 1,951 ซีซี. เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 239 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) ขับเคลื่อนล้อหลัง หรือ 4 ล้อ 4MATIC ปล่อย CO2 : 165-154 g/km และ 180-171 g/km (4MATIC)

อัตราเร่ง 0-100 km/h : 7.9 วินาที และ 8.3 วินาที (4MATIC) ความเร็วสูงสุด : 220 km/h และ 214 km/h (4MATIC)

รวมทั้งภายในงาน Geneva Motor Show 2019 นี้ ที่กำลังจะมาถึงนี้ V-Class จะนำเสนอเวอร์ชั่นของ Pure Electric พลังไฟฟ้า 100% รุ่นต้นแบบในนามของ EQ V Concept เคียงคู่ไปพร้อมๆกับ eVito และ eSprinter อีกด้วย

เพื่อให้สอดคล้องกับรถยนต์ในยุคใหม่ V-Class Facelift ก็ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยี อาทิ Crosswind Assist, Attention Assist, Active Brake Assist และ Highbeam Assist Plus ที่มีให้เป็นมาตรฐาน

ทั้งนี้ Mercedes-Benz V-Class Facelift เตรียมเริ่มต้นออกจำหน่ายในเดือน มีนาคม นี้ ที่เยอรมนี โดยจะออกสตาร์ทด้วยราคาค่าตัว 36.990 ยูโร (ราว 1,323,000 บาท) ไม่รวมภาษีประเทศไทย

ที่มา : mercedes-benz

Credit : www.HeadLightMag.com